ครอบครัวไม่ใช่ Safe Zone พบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทวีคูณ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็ก

ครอบครัวไม่ใช่ Safe Zone พบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทวีคูณ

เป็นเรื่องน่าเศร้าจากข้อมูลล่าสุด พบปัญหาความรุนแรงมีจำนวนพุ่งสูงถึง 373 กรณี ส่งผลให้มีผู้ถูกกระทำมากถึง 410 ราย โดยน่าตกใจว่า ความรุนแรงในครอบครัว นั้นพุ่งสูงถึง 281 กรณี คิดเป็นร้อยละ 68.53 ของจำนวนความรุนแรงทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ที่น่ากังวล ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทวีความอันตราย เหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็ก มีการรายงานผลสถิติล่าสุดที่ทำให้หลายคนรู้สึกเศร้า เนื่องจากพบปัญหาความรุนแรงจำนวน 373 กรณี ส่งผลต่อผู้ถูกกระทำทั้งสิ้น 410 ราย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นรูปแบบความรุนแรงในครอบครัว โดยมีจำนวนมากที่สุดถึง 281 กรณี คิดเป็นร้อยละ 68.53 ของจำนวนรวม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ที่น่าเป็นห่วงในสังคมไทย เด็ก กลายเป็นกลุ่มเปราะบางที่เผชิญความรุนแรงมากที่สุด พบจำนวนผู้ถูกกระทำสูงถึง 223 ราย คิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของเหยื่อทั้งหมด สถิติเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างรุนแรง ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขที่รายงานเท่านั้น ยังมีอีกหลายกรณีที่อาจถูกปกปิดหรือไม่ได้รับการแจ้ง จึงคาดว่าจำนวนผู้ถูกกระทำจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงในสังคมไทยที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง รูปแบบของความรุนแรง ที่พบมาก ได้แก่ ผลกระทบจากความรุนแรง นั้นร้ายแรงต่อเหยื่อทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม เหยื่ออาจเกิดบาดเจ็บ เสียสุขภาพจิต สูญเสียโอกาสทางการศึกษา […]

ยังไม่หยุด ครอบครัวเชื่อมจิตเตรียมยื่นคุ้มครองสวัสดิภาพน้องไนท์ อ้างถูกใส่ร้ายจากสื่อสร้างความเสียหาย

ยังไม่หยุด ครอบครัวเชื่อมจิตเตรียมยื่นคุ้มครองสวัสดิภาพน้องไนท์ อ้าง

ครอบครัวเชื่อมจิตเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อเช้านี้ (3 มิ.ย. 67) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีร้องเรียนโดยพิธีกรดัง “หนุ่ม กรรชัย” แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมร้องเรียนต่อ พม. ขอคุ้มครองสวัสดิภาพ “น้องไนซ์” ลูกชายวัย 8 ขวบ อ้างถูกสื่อและกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ใส่ร้ายว่าเป็นลัทธิ สร้างความเสียหายและอับอาย ครอบครัวเชื่อมจิตเข้าพบพนักงานสอบสวน ถูกเรียกในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา  ครอบครัวเชื่อมจิตเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ.ย. 67) ตามหมายเรียกในข้อหา “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” กรณีที่พิธีกรดัง “หนุ่ม กรรชัย” แจ้งความเอาผิด หลังจากครอบครัวเชื่อมจิต ออกรายการโหนกระแส พูดพาดพิงถึงพิธีกรดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวน้องไนซ์ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งประเทศไทย (พม.) เพื่อขอความคุ้มครองสวัสดิภาพ “น้องไนซ์” เด็กชายวัย 8 ขวบ อ้างถูกสื่อและกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ใส่ร้ายว่าครอบครัวนับถือลัทธิ สร้างความเสียหายและอับอาย พ่อของ “น้องไนซ์” เปิดเผยว่า ครอบครัวรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้นับถือลัทธิแต่อย่างใด ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาพุทธ นางสาวพิมพิไล เชื่อมจิต […]

กสทช.เตรียมจัดการซิมผี และประชาชนตรวจสอบชื่อผูก Mobile Banking ดีเดย์ 27 พฤษภาคม

กสทช.เตรียมจัดการซิมผี และประชาชนตรวจสอบชื่อผูก Mobile Banking

กสทช.เริ่มมาตรการจัดการปัญหาซิมผีด้วยการแนะนำให้ประชาชนผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทำการตรวจสอบชื่อที่ใช้ในการลงทะเบียนซิมการ์ดและชื่อที่ใช้ในการลงระบบ Mobile Banking ว่าเป็นชื่อที่ตรงกันหรือไม่ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ด้วยการกด *179* เลขบัตรประชาชน 13 หลัก# โทรออก จากนั้นจะได้รับข้อความยืนยันจากผู้ให้บริการว่าชื่อของเราตรงแล้วหรือไม่ สามารถเริ่มตรวจสอบด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป  กสทช.เอาจริง เตรียมล่าซิมผี แนะนำประชาชนตรวจสอบชื่อที่ใช้ผูกกับ Mobile Banking กสทช. แนะนำให้ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ ตรวจสอบชื่อที่ลงทะเบียนซิมการ์ดกับระบบโมบายแบงก์กิ้ง ว่าตรงกับชื่อผู้ถือบัตรประชาชนหรือไม่ โดยสามารถกด *179* เลขบัตรประชาชน 13 หลัก# โทรออก เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป มาตรการนี้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ที่ต้องการแก้ไขปัญหาการใช้บัญชีม้าในการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ โดยกำหนดให้ชื่อที่ลงทะเบียนซิมการ์ดต้องตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผูกกับระบบ Mobile Banking หากตรวจสอบพบว่าชื่อไม่ตรงกัน ผู้ใช้จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Mobile Banking ได้ และจะต้องดำเนินการลงทะเบียนซิมการ์ดใหม่ให้ถูกต้อง กสทช. คาดว่ามีบัญชีม้าในระบบมากกว่า 1 ล้านบัญชี และคาดหวังว่ามาตรการนี้จะช่วยลดการทุจริตและฉ้อโกงในระบบการเงินออนไลน์ได้ สำหรับใครที่มีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call […]

ฮือฮา! ยันต์ลาบูบู้ ไอเดียสายมูที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับศิลปะสมัยใหม่

ฮือฮา! ยันต์ลาบูบู้ ไอเดียสายมูที่ผสมผสานความเชื่อเข้ากับศิลปะสมัยใหม่

ยันต์ลาบูบู้กำลังเป็นที่โด่งดังในโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อมีผู้คนแห่ไปสักยันต์ลายตัวละครการ์ตูน “ลาบูบู้” ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเสริมดวงชะตา นำโชคลาภ-โภคทรัพย์มาให้ โดยยันต์ดังกล่าวเป็นการออกแบบผสมผสานระหว่างลายตัวละครลาบูบู้เข้ากับลวดลายยันต์โบราณและเลขยันต์มงคลต่างๆ ด้านโซเชียลฯ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ดราม่าด้อยค่าของโบราณ แต่อีกด้านมองเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย ดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ เสียงแตก ยันต์ลาบูบู้ การสักเพื่อเสริมดวงหรือการด้อยค่าความเชื่อโบราณ  กระแสความนิยมของ “ยันต์ลาบูบู้” กำลังมาแรงในหมู่สายมู โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ต่างมีการแชร์ภาพและเรื่องราวผู้คนต่อแถวรอสักยันต์ตัวการ์ตูนลาบูบู้ที่สำนักอาจารย์สักชื่อดัง หลายคนต่างหวังว่ายันต์นี้จะช่วยเสริมโชคลาภ ดึงดูดเงินทอง และนำพาความสำเร็จมาสู่ชีวิต ยันต์ดังกล่าวเป็นการออกแบบลายยันต์ที่ผสมผสานความทันสมัยและความศรัทธาเข้าไว้ด้วยกัน โดยใช้รูปตัวการ์ตูน “ลาบูบู้” ซึ่งกำลังโด่งดังในโซเชียลมีเดีย มาเป็นสัญลักษณ์หลัก ล้อมรอบด้วยลวดลายและเลขยันต์โบราณ อาจารย์ผู้สักหลายท่านอธิบายว่า ยันต์ตัวลาบูบู้มีพุทธคุณด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม ค้าขายดี เสริมดวง เสริมเสน่ห์ บนใบหน้าของลาบูบู้ยังมีการสักเลข ๗๘๙ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเลขมงคล นำโชคลาภ อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมของยันต์ตัวลาบูบู้ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวโซเชียลมีเดีย บางส่วนมองว่าการนำตัวการ์ตูนมาผสมผสานกับยันต์นั้นไม่เหมาะสม เป็นการด้อยค่าความศักดิ์สิทธิ์ของยันต์โบราณ ในขณะที่อีกฝ่าย มองว่ายันต์ดังกล่าวเป็นการดัดแปลงรูปแบบของยันต์ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ดึงดูดความสนใจของคนรุ่นใหม่ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่ทันสมัย และอาจเป็นโอกาสในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาชาวโลก  ทั้งนี้ ความเชื่อและศรัทธาเป็นสิ่งส่วนตัว ผู้ที่สักยันต์ตัวการ์ตูนลาบูบู้ล้วนมีจุดประสงค์และความเชื่อที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการเคารพในความเชื่อของผู้อื่นและการสืบสานวัฒนธรรมไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ความศรัทธา […]

หัวหน้าคนงานสารภาพ! อาคารถล่มย่านบางอ้อเกิดจากการใช้แบ็กโฮกระชาก

หัวหน้าคนงานสารภาพ! อาคารถล่มย่านบางอ้อเกิดจากการใช้แบ็กโฮ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เกิดเหตุอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ย่านบางอ้อ กรุงเทพฯ ถล่มลงมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์อาคารถล่มในครั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุของการถล่มเกิดจากการรื้อถอนอาคารที่ไม่ถูกต้อง โดยหัวหน้าคนงานบริษัทรับเหมารับว่า ได้ใช้รถแบ็กโฮดึงตัวอาคาร ชาวบ้านหนีตาย อาคารถล่มกลางกรุงจากการรื้อถอนไม่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เกิดเหตุอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ 93 แขวงบางอ้อ กรุงเทพมหานคร ที่กำลังอยู่ในระหว่างรื้อถอน ทรุดตัวลงมาจนอาคารถล่ม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ข้างเคียงได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จากการสอบถามหัวหน้าคนงาน บริษัทรับเหมารับผิดชอบงานรื้อถอน เผยว่า ขณะเกิดเหตุคนงานกำลังใช้รถแบ็กโฮรื้อถอนอาคารชั้นบน โดยใช้แขนตักของรถดันตัวอาคารไปทางขวา ซึ่งเป็นพื้นที่ว่าง แต่ระหว่างนั้นเกิดแรงกระชากระหว่างตัวอาคาร ทำให้โครงสร้างอาคารเสียความสมดุล เอียงและพังถล่มลงมา เจ้าของร้านซักรีดที่อยู่ติดกับอาคารที่ถล่ม เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังสนั่นจึงรีบวิ่งหนีออกมาจากร้าน โดยไม่ทันได้หยิบจับสิ่งของอะไรทิ้งไว้ เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับร้านซักรีดเป็นอย่างมาก หลังคาพังเสียหาย เศษปูน เศษไม้ เศษสังกะสี หล่นใส่ร้าน สินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้านได้รับความเสียหายทั้งหมด เจ้าของร้านยังกล่าวอีกว่า […]

กรมควบคุมโรคย้ำเตือนประชาชน ชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และผลข้างเคียงวัคซีนโควิด

เตือนประชาชน ชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และผลข้างเคียงวัคซีนโควิด

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ย้ำประชาชนให้ชั่งน้ำหนักประโยชน์และความเสี่ยงของวัคซีนโควิด – 19 หลังจากมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ของอังกฤษว่าบริษัทแอสตราเซเนก้ายอมรับว่าวัคซีนของบริษัทสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่นภาวะลิ่มเลือดอุดตันและจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนชั่งน้ำหนัก หลังบริษัทวัคซีนโควิดยอมรับผลข้างเคียง  กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาย้ำเตือนประชาชนให้พิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์และผลข้างเคียงของวัคซีนโควิด – 19 อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีวัคซีนแอสตราเซเนก้าที่มีรายงานผลข้างเคียงเรื่องภาวะลิ่มเลือดอุดตันและจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ โดยผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่ากรณีสำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานว่า บริษัทแอสตราเซเนก้ายอมรับว่าวัคซีนของบริษัทสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันและจำนวนเกล็ดเลือดต่ำนั้น ทาง สธ. ยืนยันว่า บริษัทแอสตราเซเนก้าได้แจ้งข้อมูลผลข้างเคียงดังกล่าวต่อวารสารทางการแพทย์แล้ว ตั้งแต่ช่วงที่มีการอนุญาตใช้ในลักษณะฉุกเฉิน (EUA) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวัคซีนแอสตราเซเนก้าได้รับการอนุญาตให้ใช้ทั่วไปแล้ว ทางสธ.จึงมีการเก็บข้อมูลผลข้างเคียงอย่างละเอียดเพิ่มเติม รวมไปถึงกรณีการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นด้วย และยังมีการอธิบายเพิ่มเติมว่าผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนนั้นพบได้น้อยมาก และส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรง เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือไข้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ทั้งนี้ ประโยชน์ของวัคซีนนั้นมีมากกว่าความเสี่ยง วัคซีนสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด – 19 ป่วยหนัก และเสียชีวิต ดังนั้น ประชาชนควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบคอบ ปรึกษาแพทย์หากมีข้อสงสัย และตัดสินใจรับวัคซีนเพื่อปกป้องตนเอง ครอบครัว และชุมชน วัคซีนโควิดมีผลข้างเคียง คุ้มหรือไม่ที่จะเสี่ยงฉีดเพื่อป้องกันโรค  การตัดสินใจว่าจะฉีดวัคซีนโควิด […]

นอนในรถอันตราย ระวัง เดินทางไกลอาจเสี่ยงถึงชีวิตไม่รู้ตัว

นอนในรถอันตราย ระวัง เดินทางไกลอาจเสี่ยงถึงชีวิตไม่รู้ตัว

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์การเดินทางไกล เหนื่อยล้าจนอยากหาที่งีบสักพัก หลายคนอาจเลือกนอนในรถยนต์ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ คิดว่าคงจะสบาย แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้อาจนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ ในช่วงที่ทุกคนกำลังเดินทางไกลเพื่อกลับบ้านหรือเดินทางกลับสู่จังหวัดที่ทำงานแบบนี้ยิ่งต้องระวัง เพราะมันเป็นอันตรายใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่ทันคิดได้  นอนในรถอันตราย คาร์บอนมอนอกไซด์ตัวร้ายอาจทำให้คุณถึงตายในไม่กี่ชั่วโมง หลายคนอาจเคยประสบปัญหาง่วงนอนระหว่างขับรถทางไกล เผลอหลับไปในรถบ้างสักพัก หรือจอดรถพักข้างทางแล้วเปิดแอร์นอนในรถเพื่อคลายร้อน แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อันตรายถึงชีวิตได้เลย สาเหตุหลักที่ทำให้การเปิดแอร์นอนอยู่บนรถยนต์มีความอันตรายถึงชีวิตเกิดจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เมื่อเราปิดกระจกรถและเปิดแอร์ ระบบแอร์จะดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียนภายในห้องโดยสาร ซึ่งอาจรวมไปถึงก๊าซพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซพิษที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เมื่อสูดเข้าไปร่างกายจะดูดซับก๊าซนี้แทนที่ออกซิเจน ทำให้เกิดอาการ มึนงง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หมดสติ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ดังนี้  วิธีป้องกัน ง่วงระหว่างเดินทาง ไม่นอนในรถแล้วทำอะไรได้อีกบ้าง  เราเข้าใจว่าการง่วงระหว่างเดินทางนั้นทรมาน แต่อย่าเพิ่งเผลอนอนในรถเด็ดขาด เพราะอันตรายถึงชีวิต! ลองดูวิธีเหล่านี้แทนสิ อาจจะช่วยให้คุณตาสว่างและปลอดภัยขึ้นได้

โฟร์ ดาวคะนอง โดนสายสืบนครบาลรวบ เหตุเปิดบัญชีม้าให้แก๊งมิจฉาชีพ

โฟร์ ดาวคะนอง โดนสายสืบนครบาลรวบ เหตุเปิดบัญชีม้าให้แก๊งมิจฉาชีพ

ชุดสืบสวนนครบาล 1 บุกจับกุม “โฟร์ ดาวคะนอง” หรือ นายปวรุตม์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” ได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงและเขตจอมทอง กรุงเทพฯ หลังเจ้าตัวเปิดบัญชีม้าแลกเงินเพียง 2,000 บาท ให้มิจฉาชีพนำเอาไปหลอกเหยื่อสูญเงินเกือบล้าน  โฟร์ ดาวคะนองโดนรวบ หลังเจ้าตัวเปิดบัญชีม้าแลกเงิน 2 พัน เผยสำนึกผิดแล้ว เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ. เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.ท. วรวุฒิ บุญเนียม สว.กก.1 บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมนายปวรุตม์ หรือ “โฟร์ ดาวคะนอง” อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” […]

ทนายเจมส์ ออกโรง เตือนสติลูกหนี้ หมุนเงินไม่ทันเป็นปัญหาของเรา เป็นหนี้ต้องใช้

ทนายเจมส์ ออกโรง เตือนสติลูกหนี้ หมุนเงินไม่ทันเป็นปัญหาของเรา

ทนายความชื่อดัง “เจมส์ นิติธร แก้วโต” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ ทนายเจมส์ LK เตือนสติลูกหนี้ว่า “เป็นหนี้ ก็ควรใช้หนี้ ไม่ใช่ไปแจ้งความเอาผิดเจ้าหนี้” พร้อมย้ำว่า “หมุนเงินไม่ทันเป็นปัญหาของเรา อย่าเอาปัญหาของเราไปโยนให้คนอื่น” เนื่องจากในช่วงเวลานี้มีปัญหาเจ้าหนี้ลูกหนี้ค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาที่ลูกหนี้หมุนเงินไม่ทันจนทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ แต่กลับกลายเป็นว่าลูกหนี้ดันไปฟ้องร้องเจ้าหนี้เสียอย่างนั้น ทนายเจมส์ เตือนแล้วนะ เป็นลูกหนี้ก็ต้องใช้หนี้ ย้ำ หมุนเงินไม่ทันเป็นปัญหาของเรา  เจมส์ นิติธร แก้วโต ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ทนายเจมส์ LK” เตือนสติลูกหนี้ว่า “เป็นหนี้ ก็ควรใช้หนี้ ไม่ใช่ไปแจ้งความเอาผิดเจ้าหนี้ ถ้าไม่ถึงที่สุด เจ้าหนี้คงไม่ประจาน” ทนายระบุว่า “ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากรู้เหตุผลของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้ทำไปเพื่ออะไร แต่สังคมอยากจะรู้ว่า คุณจะใช้หนี้เขาเมื่อไหร่มากกว่า” นอกจากนี้ทางทนายยังย้ำว่า “การหมุนเงินไม่ทันเป็นปัญหาของเรา อย่าเอาปัญหาของเราไปโยนให้คนอื่น” อีกด้วย  ข้อความของทนายกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนเห็นด้วยกับทนายเจมส์ และมองว่าลูกหนี้ควรมีความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่เห็นต่าง มองว่าเจ้าหนี้บางรายก็ใช้วิธีการทวงหนี้ที่รุนแรงเกินไปเหมือนกัน จะเป็นอย่างไร หากลูกหนี้ไม่เชื่อคำเตือนของทนายเจมส์ ไม่ใช้หนี้ แถมยังฟ้องเจ้าหนี้อีกต่างหาก  […]

เกมแล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านชำในสงขลา

เกมแล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านชำ

บ่าว ศรีชุมพวงไม่รอด ศาลตัดสินประหารชีวิตคดียิงถล่มร้านชำในจังหวัดสงขลา คดีมือปืนรับจ้างยิงถล่มร้านขายของชำในจังหวัดสงขลา ล่าสุดสารได้ตัดสินพิพากษาประหารชีวิตบ่าว ศรีชุมพวงหรือนายนิพนธ์ ศรีชุมพวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวเป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกขึ้นบัญชีดำหมายเลข 186 ศาลได้ให้เหตุผลเอาไว้ว่าคดีดังกล่าวถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์และยังเป็นเหตุให้เจ้าของร้านขายของชำเสียชีวิตอีกด้วย คดีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายนปี 2566 เจ้าของร้านชำในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเสียชีวิตคาที่ จากการสืบสวนของตำรวจ พบหลักฐานมัดตัวนายนิพนธ์ ศรีชุมพวง มือปืนรับจ้างบัญชีดำหมายเลข 186 เป็นผู้ลงมือสังหาร โดยมี นายทุนจ้างวาน ให้ฆ่าเพื่อปิดปากคดีเงินกู้นอกระบบ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า นายนิพนธ์ มีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ประกอบกับพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม ยากที่จะให้โอกาสกลับตัว จึงพิพากษาประหารชีวิต การตัดสินคดีนี้ นับเป็นการตอกย้ำนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะมือปืนรับจ้าง และเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างไรก็ตาม ยังมีมือปืนรับจ้างอีกหลายคนที่ยังลอยนวล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน สำหรับประวัติของบ่าว ศรีชุมพวง เคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนเมื่อปี 2564 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนเมษายน 2566 ก่อนที่จะมาก่อคดีอุกฉกรรจ์ยิงถล่มร้านชำ คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรม ที่ยังคงเป็นภัยต่อสังคม จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง โทษประหารชีวิตในประเทศไทย ข้อกฎหมายที่มีไว้ตัดสินอย่างกรณีบ่าว ศรีชุมพวงเท่านั้นในยุคนี้มีองค์กรสิทธิมนุษยชนมากมายพยายามที่จะเรียกร้องให้หลายๆ ประเทศยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยกล่าวอ้างว่าโทษดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้ผู้กระทำความผิดรู้สึกเกรงกลัวแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันการตัดสินให้ใครสักคนเสียชีวิตถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นสุด แต่อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกลับมองว่าโทษประหารชีวิตยังควรมีอยู่ อย่างกรณีบ่าว […]